Recruiter Journey, MINT - Hyperwork
- tipoomsrithonghype
- 3 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

หลายคนอาจมองว่างาน Recruiter คือการโพสต์ประกาศรับสมัครงาน แล้วก็รอเรซูเม่ไหลเข้ามา แต่ถ้าได้คุยกับคนที่อยู่ในสายงานนี้จริงๆจะรู้ว่าเบื้องหลังมันซับซ้อนกว่านั้นเยอะโดยเฉพาะเวลาที่ต้องหาคนสำหรับตำแหน่งระดับสูง ที่ต้องใช้ทั้งความเข้าใจในธุรกิจ ทักษะการสื่อสาร และความอดทนที่มากกว่าปกติ
ทำไมถึงเลือกเข้าสายงาน Recruitment
จุดเริ่มต้นมาจากตอนฝึกงาน ตอนนั้นงานหลักคือหาพนักงานหน้าร้านหรือตำแหน่งที่เรียกว่า Mass Recruit ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีคนสมัครเยอะ หาได้ไม่ยากมาก แต่พอทำไปสักพักก็เริ่มรู้สึกว่าอยากทำอะไรที่ท้าทายกว่านี้
พอได้มาทำงานจริงในตำแหน่งปัจจุบัน สิ่งที่เจอคือความยากขึ้นแบบก้าวกระโดด เพราะต้องหาคนสำหรับตำแหน่งที่ระดับสูง เงินเดือนสูง ซึ่งไม่ใช่แค่หาคนที่มีคุณสมบัติตรงสเปกเท่านั้น แต่ต้องเข้าใจตัวตำแหน่งงานอย่างลึกซึ้งด้วยว่าองค์กรต้องการคนแบบไหนมีความคาดหวังอะไรและคนที่จะมาทำตำแหน่งนี้ควรมีทักษะหรือประสบการณ์แบบไหนถึงจะเหมาะสมจริง ๆ
ถ้าต้องอธิบายงานตัวเองให้คนอื่นฟัง จะอธิบายว่ายังไง
ถ้าให้อธิบายแบบสั้นที่สุด งาน Recruiter ก็คือ การหาคนให้บริษัท ฟังดูเรียบง่าย แต่จริง ๆ แล้วเบื้องหลังคำพูดสั้นๆ นี้มีขั้นตอนเยอะมาก ตั้งแต่การทำความเข้าใจ Job Description ไปจนถึงการหาคนที่ใช่ พูดคุย สัมภาษณ์เบื้องต้น และประสานงานจนกว่าจะปิดเคสได้สำเร็จ
เรื่องที่ยากที่สุดของการเป็น Recruiter คืออะไร
สิ่งที่ยากที่สุดคือ การรับมือกับคนที่หลากหลายรูปแบบ เพราะแต่ละคนก็มีบุคลิก ความต้องการ และวิธีคิดที่ไม่เหมือนกัน Recruiter ต้องปรับตัวและปรับวิธีคุยให้เข้ากับแต่ละคน
อีกเรื่องที่ท้าทายไม่แพ้กันคือ การหาตำแหน่งงานที่เฉพาะตัวมาก ๆ เพราะบางตำแหน่งมี Talent Pool ที่น้อยมากคนที่มีคุณสมบัติตรงจริงๆอาจมีอยู่ไม่กี่คนในตลาดทำให้ต้องใช้ทั้งเวลาและกลยุทธ์ในการค้นหาที่มากกว่าตำแหน่งทั่วไป
Moment ไหนที่ทำให้รู้สึกว่าวันนี้คุ้มค่า
ช่วงเวลาที่ทำให้รู้สึกคุ้มค่าที่สุดคือตอนที่ปิดเคสงานของลูกค้าได้สำเร็จเพราะกว่าจะไปถึงจุดนั้นมันไม่ใช่แค่การหาคนมาสัมภาษณ์ แต่เป็นกระบวนการที่ใช้ทั้งเวลา ความพยายาม และการประสานงานหลายฝ่าย พอเห็นผลลัพธ์ออกมาเป็นรูปธรรม ว่าองค์กรได้คนที่ใช่ และผู้สมัครก็ได้งานที่เหมาะกับตัวเอง ความรู้สึกตอนนั้นคือความภูมิใจที่บอกไม่ถูกเลย
ทักษะไหนที่ทำให้รู้สึกว่างานนี้พัฒนาตัวเองได้มากที่สุด
ทักษะที่พัฒนาขึ้นชัดเจนที่สุดคือวิธีการพูดคุยกับคน เดิมทีเป็นคนที่พูดไม่ค่อยเก่ง ไม่มีลูกล่อลูกชนในการโน้มน้าวใจใคร แต่พอได้เข้ามาทำงานในสายนี้ พี่ ๆ ในทีมก็ช่วยสอนวิธีการนำเสนอตำแหน่งงานให้น่าสนใจ วิธีเล่าจุดเด่นของบริษัทและตำแหน่งให้ผู้สมัครเห็นภาพและอยากร่วมงานด้วย ซึ่งเป็นทักษะที่ฝึกฝนกันได้จริง และเห็นพัฒนาการของตัวเองชัดเจนมากเมื่อเทียบกับตอนเริ่มต้น
สิ่งที่ชอบที่สุดในการทำงานนี้คืออะไร
สิ่งที่ชอบที่สุดคือ การได้เรียนรู้คำศัพท์เฉพาะทางของแต่ละอาชีพใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลาเพราะ Recruiter ต้องหาคนให้หลากหลายตำแหน่งในหลากหลายสายงานคำศัพท์เฉพาะของตัวเอง การได้เจอตำแหน่งใหม่ ๆ ก็เหมือนได้เปิดโลกความรู้ใหม่ไปในตัว เป็นการเสริมความรู้รอบตัวไปพร้อมกับการทำงานแบบไม่รู้ตัว
บทสรุป
จากบทสนทนานี้จะเห็นได้ว่า อาชีพ Recruiter ไม่ได้เป็นแค่คนที่คอยหาเรซูเม่มาจับคู่กับตำแหน่งงาน แต่ต้องอาศัยทั้งความเข้าใจในธุรกิจ ทักษะการสื่อสาร ความอดทนในการรับมือกับผู้คนที่หลากหลาย และความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ ความท้าทายที่เจอในแต่ละวันอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทุกครั้งที่ปิดเคสสำเร็จ ก็เป็นเครื่องยืนยันว่างานนี้มีคุณค่าและคุ้มค่ากับความพยายามที่ทุ่มเทลงไปเสมอ
ร่วมงานกับ Hyperwork
งาน Recruitment ไม่ใช่แค่การหาคนให้ครบตามจำนวน แต่คือการทำความเข้าใจทั้งองค์กรที่ต้องการคน และคนที่กำลังมองหาโอกาส และถ้าคุณกำลังอยู่ในจุดที่อยากก้าวไปสู่บทใหม่ของชีวิตการทำงาน Hyperwork พร้อมเดินไปด้วยกัน
Hyperwork Recruitment คือพาร์ตเนอร์ด้านการสรรหาบุคลากรที่เข้าใจทั้งฝั่งคนหางานและฝั่งองค์กร เราไม่ได้แค่ส่ง CV ให้บริษัท แต่ช่วยให้คุณสามารถนำเสนอตัวเองได้อย่างเป็นระบบ มีความโดดเด่น และสะท้อนศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้ชัดเจนที่สุด ทีมของเราพร้อมให้คำแนะนำตั้งแต่การปรับโปรไฟล์ Resume การเตรียมตัวสัมภาษณ์ ไปจนถึงการจับคู่คุณกับองค์กรที่ใช่จริงๆ ไม่ใช่แค่ที่ที่เปิดรับอยู่
ถ้าคุณกำลังมองหาโอกาสใหม่และอยากได้คนที่เข้าใจว่าคุณต้องการอะไรจริงๆ สามารถฝาก Resume ไว้กับทีม Hyperwork เราจะร่วมกันพาคุณไปถึงโอกาสที่คุณมองหาอย่างมั่นคง




ความคิดเห็น