Recruiter Journey, MINT - Hyperwork
- tipoomsrithonghype
- 24 ก.ค.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 6 ส.ค.

หลายคนอาจมองว่างาน Recruiter คือการโพสต์ประกาศรับสมัครงาน แล้วก็รอเรซูเม่ไหลเข้ามา แต่ถ้าได้คุยกับคนที่อยู่ในสายงานนี้จริงๆจะรู้ว่าเบื้องหลังมันซับซ้อนกว่านั้นเยอะโดยเฉพาะเวลาที่ต้องหาคนสำหรับตำแหน่งระดับสูง ที่ต้องใช้ทั้งความเข้าใจในธุรกิจ ทักษะการสื่อสาร และความอดทนที่มากกว่าปกติ
ทำไมถึงเลือกเข้าสายงาน Recruitment
จุดเริ่มต้นมาจากตอนฝึกงาน ตอนนั้นงานหลักคือหาพนักงานหน้าร้านหรือตำแหน่งที่เรียกว่า Mass Recruit ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีคนสมัครเยอะ หาได้ไม่ยากมาก แต่พอทำไปสักพักก็เริ่มรู้สึกว่าอยากทำอะไรที่ท้าทายกว่านี้
พอได้มาทำงานจริงในตำแหน่งปัจจุบัน สิ่งที่เจอคือความยากขึ้นแบบก้าวกระโดด เพราะต้องหาคนสำหรับตำแหน่งที่ระดับสูง เงินเดือนสูง ซึ่งไม่ใช่แค่หาคนที่มีคุณสมบัติตรงสเปกเท่านั้น แต่ต้องเข้าใจตัวตำแหน่งงานอย่างลึกซึ้งด้วยว่าองค์กรต้องการคนแบบไหนมีความคาดหวังอะไรและคนที่จะมาทำตำแหน่งนี้ควรมีทักษะหรือประสบการณ์แบบไหนถึงจะเหมาะสมจริง ๆ
ถ้าต้องอธิบายงานตัวเองให้คนอื่นฟัง จะอธิบายว่ายังไง
ถ้าให้อธิบายแบบสั้นที่สุด งาน Recruiter ก็คือ การหาคนให้บริษัท ฟังดูเรียบง่าย แต่จริง ๆ แล้วเบื้องหลังคำพูดสั้นๆ นี้มีขั้นตอนเยอะมาก ตั้งแต่การทำความเข้าใจ Job Description ไปจนถึงการหาคนที่ใช่ พูดคุย สัมภาษณ์เบื้องต้น และประสานงานจนกว่าจะปิดเคสได้สำเร็จ
เรื่องที่ยากที่สุดของการเป็น Recruiter คืออะไร
สิ่งที่ยากที่สุดคือ การรับมือกับคนที่หลากหลายรูปแบบ เพราะแต่ละคนก็มีบุคลิก ความต้องการ และวิธีคิดที่ไม่เหมือนกัน Recruiter ต้องปรับตัวและปรับวิธีคุยให้เข้ากับแต่ละคน
อีกเรื่องที่ท้าทายไม่แพ้กันคือ การหาตำแหน่งงานที่เฉพาะตัวมาก ๆ เพราะบางตำแหน่งมี Talent Pool ที่น้อยมากคนที่มีคุณสมบัติตรงจริงๆอาจมีอยู่ไม่กี่คนในตลาดทำให้ต้องใช้ทั้งเวลาและกลยุทธ์ในการค้นหาที่มากกว่าตำแหน่งทั่วไป
Moment ไหนที่ทำให้รู้สึกว่าวันนี้คุ้มค่า
ช่วงเวลาที่ทำให้รู้สึกคุ้มค่าที่สุดคือตอนที่ปิดเคสงานของลูกค้าได้สำเร็จเพราะกว่าจะไปถึงจุดนั้นมันไม่ใช่แค่การหาคนมาสัมภาษณ์ แต่เป็นกระบวนการที่ใช้ทั้งเวลา ความพยายาม และการประสานงานหลายฝ่าย พอเห็นผลลัพธ์ออกมาเป็นรูปธรรม ว่าองค์กรได้คนที่ใช่ และผู้สมัครก็ได้งานที่เหมาะกับตัวเอง ความรู้สึกตอนนั้นคือความภูมิใจที่บอกไม่ถูกเลย
ทักษะไหนที่ทำให้รู้สึกว่างานนี้พัฒนาตัวเองได้มากที่สุด
ทักษะที่พัฒนาขึ้นชัดเจนที่สุดคือวิธีการพูดคุยกับคน เดิมทีเป็นคนที่พูดไม่ค่อยเก่ง ไม่มีลูกล่อลูกชนในการโน้มน้าวใจใคร แต่พอได้เข้ามาทำงานในสายนี้ พี่ ๆ ในทีมก็ช่วยสอนวิธีการนำเสนอตำแหน่งงานให้น่าสนใจ วิธีเล่าจุดเด่นของบริษัทและตำแหน่งให้ผู้สมัครเห็นภาพและอยากร่วมงานด้วย ซึ่งเป็นทักษะที่ฝึกฝนกันได้จริง และเห็นพัฒนาการของตัวเองชัดเจนมากเมื่อเทียบกับตอนเริ่มต้น
สิ่งที่ชอบที่สุดในการทำงานนี้คืออะไร
สิ่งที่ชอบที่สุดคือ การได้เรียนรู้คำศัพท์เฉพาะทางของแต่ละอาชีพใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลาเพราะ Recruiter ต้องหาคนให้หลากหลายตำแหน่งในหลากหลายสายงานคำศัพท์เฉพาะของตัวเอง การได้เจอตำแหน่งใหม่ ๆ ก็เหมือนได้เปิดโลกความรู้ใหม่ไปในตัว เป็นการเสริมความรู้รอบตัวไปพร้อมกับการทำงานแบบไม่รู้ตัว
บทสรุป
จากบทสนทนานี้จะเห็นได้ว่า อาชีพ Recruiter ไม่ได้เป็นแค่คนที่คอยหาเรซูเม่มาจับคู่กับตำแหน่งงาน แต่ต้องอาศัยทั้งความเข้าใจในธุรกิจ ทักษะการสื่อสาร ความอดทนในการรับมือกับผู้คนที่หลากหลาย และความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ ความท้าทายที่เจอในแต่ละวันอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทุกครั้งที่ปิดเคสสำเร็จ ก็เป็นเครื่องยืนยันว่างานนี้มีคุณค่าและคุ้มค่ากับความพยายามที่ทุ่มเทลงไปเสมอ
ร่วมงานกับ Hyperwork
งาน Recruitment ไม่ใช่แค่การหาคนให้ครบตามจำนวน แต่คือการทำความเข้าใจทั้งองค์กรที่ต้องการคน และคนที่กำลังมองหาโอกาส และถ้าคุณกำลังอยู่ในจุดที่อยากก้าวไปสู่บทใหม่ของชีวิตการทำงาน Hyperwork พร้อมเดินไปด้วยกัน
Hyperwork Recruitment คือพาร์ตเนอร์ด้านการสรรหาบุคลากรที่เข้าใจทั้งฝั่งคนหางานและฝั่งองค์กร เราไม่ได้แค่ส่ง CV ให้บริษัท แต่ช่วยให้คุณสามารถนำเสนอตัวเองได้อย่างเป็นระบบ มีความโดดเด่น และสะท้อนศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้ชัดเจนที่สุด ทีมของเราพร้อมให้คำแนะนำตั้งแต่การปรับโปรไฟล์ Resume การเตรียมตัวสัมภาษณ์ ไปจนถึงการจับคู่คุณกับองค์กรที่ใช่จริงๆ ไม่ใช่แค่ที่ที่เปิดรับอยู่
ถ้าคุณกำลังมองหาโอกาสใหม่และอยากได้คนที่เข้าใจว่าคุณต้องการอะไรจริงๆ สามารถฝาก Resume ไว้กับทีม Hyperwork เราจะร่วมกันพาคุณไปถึงโอกาสที่คุณมองหาอย่างมั่นคง




Mình chơi lô đề cho vui là chính nên hay đọc thêm vài chỗ để tham khảo, chứ không bao giờ dám xuống tiền kiểu liều. Hồi trước mình hay chọn theo cảm giác, thấy con nào hay nổ thì bám theo, nhưng càng về sau càng thấy phải có nguyên tắc và biết điểm dừng. Dạo gần đây mình thử dùng Soi cầu 24h bạch thủ như một cách thu hẹp lựa chọn, ít ra đỡ rối mắt khi nhìn quá nhiều số liệu. Có ngày ăn, có ngày hụt, nhưng mình thấy đáng giá nhất là mình chịu khó ghi lại mình đã chọn gì, vì sao tin vào cầu đó, rồi xem lại để sửa. Mình cũng…