top of page

ถูก Layoff แล้วต้องทำยังไงต่อ? แนวทางรับมือแบบ Step-by-Step

  • รูปภาพนักเขียน: Anoma Hyperworkth
    Anoma Hyperworkth
  • 5 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที
โปสเตอร์โฆษณา Hyperwork ของไทย แสดงภาพชายสวมสูทที่ดูเครียดอยู่หน้าอาคารสำนักงานกระจก พร้อมข้อความ LAYOFF และ STEP-BY-STEP (เลิกจ้าง)

ถูก Layoff แล้วต้องทำยังไงต่อ? แนวทางรับมือแบบ Step-by-Step


ช่วงหลายปีที่ผ่านมา คำว่า "layoff" กลายเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวคนทำงานมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัท Tech ระดับโลกอย่าง Meta, Google, Amazon หรือแม้แต่บริษัทไทยที่ได้รับผลกระทบวิกฤตเศรษฐกิจและการปรับโครงสร้างองค์กร จากสถิติระบุว่าในปี 2023 อุตสาหกรรม Tech ทั่วโลกปลดพนักงานออกมากกว่า 260,000 คน และตัวเลขนี้ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2024


แต่ถ้าพูดกันตรง ๆ การโดน layoff ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ได้แปลว่าคุณทำงานได้ไม่ดี ส่วนใหญ่มันเป็นเรื่องของธุรกิจล้วน ๆ ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้าง การควบรวมกิจการ หรือการตัดงบประมาณ

สิ่งที่สำคัญกว่าคือ "รู้ตัวทันและรับมือได้ถูกวิธี" บทความนี้จะพาคุณไปดูสัญญาณที่ควรจับตา วิธีรับมือในช่วงแรก และแนวทางก้าวต่อไปอย่างมั่นใจ



สัญญาณที่บอกว่ากำลังจะโดน Layoff


สัญญาณระดับองค์กร

เริ่มจากภาพใหญ่ก่อน หากบริษัทเริ่มมีพฤติกรรมเหล่านี้ ให้เตรียมตัวไว้ได้เลย บริษัทประกาศขาดทุนหรือ revenue ลดลงหลายไตรมาสติดต่อกัน มีการ freeze hiring หรือหยุดรับคนเพิ่มทั่วทั้งองค์กร ผู้บริหารระดับสูงลาออกหรือถูกเปลี่ยนตัวบ่อยผิดปกติ มีข่าวการควบรวมกิจการ (merger & acquisition) หรือการขายหน่วยธุรกิจ บริษัทตัดงบสวัสดิการ เช่น ยกเลิก outing ประจำปี หรือลด budget ทีม


สัญญาณระดับทีม

ถ้าภาพใหญ่ยังไม่ชัด ลองมองที่ทีมของตัวเอง งานที่ทีมรับผิดชอบถูก deprioritize หรือถูกโอนไปให้ทีมอื่น ไม่มี project ใหม่เข้ามา หรือ project ที่ทำอยู่ถูก cancel กลางคัน ประชุม one on one กับหัวหน้าลดลงผิดปกติ หรือ feedback ที่ได้รับมีแต่เรื่องเล็กน้อยมีการปรับโครงสร้างทีมบ่อย ๆ โดยไม่มีเหตุผลชัดเจน


สัญญาณส่วนตัว

นี่คือสัญญาณที่ใกล้ตัวที่สุด และมักถูกมองข้ามบ่อยที่สุด คุณไม่ได้รับเชิญเข้า meeting สำคัญที่เคยได้เข้า หัวหน้าเริ่ม document งานหรือ performance ของคุณอย่างละเอียดผิดปกติ บทบาทของคุณถูกปรับเปลี่ยนใหม่ หรือ scope งานแคบลงเรื่อย ๆ ไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง หรือการปรับเงินเดือนตามรอบ โดยไม่มีคำอธิบาย ถ้าเห็นสัญญาณเหล่านี้ ไม่ได้แปลว่าต้องตกใจ แต่ควรเริ่ม "เตรียมแผน B" ไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลย



วันที่โดน Layoff ควรทำอะไรก่อน


1. รับฟังและทำความเข้าใจเงื่อนไขให้ครบ

เมื่อ HR หรือหัวหน้านัดคุยเรื่องนี้ ให้ตั้งสติและฟังให้ครบก่อน สิ่งที่ควรถามหรือทำความเข้าใจให้ชัด ได้แก่ เงินค่าชดเชยที่จะได้รับตามกฏหมายคืออะไร กี่เดือน วันสุดท้ายของการทำงาน (last working day) คือวันไหน สิทธิ์สวัสดิการ เช่น ประกันสุขภาพ จะสิ้นสุดเมื่อไหร่ สิทธิในการซื้อหุ้นที่ค้างอยู่จะได้รับหรือไม่ จดหมายรับรองหรือการตรวจสอบบุคคลอ้างอิง บริษัทจะพูดถึงคุณอย่างไร


2. อย่าเซ็นอะไรในวันนั้นถ้ายังไม่แน่ใจ

หลายบริษัทจะขอให้เซ็นเอกสารข้อตกลงร่วมกันในวันนั้นเลย แต่คุณมีสิทธิ์ขอเวลาอ่านก่อน โดยทั่วไปในหลายประเทศให้เวลา 21 วันในการพิจารณา ถ้าไม่แน่ใจให้ขอคำปรึกษาจากนักกฎหมายแรงงานก่อน


3. สำรองข้อมูลที่จำเป็น (ภายในขอบเขตที่อนุญาต)

ก่อนที่การเข้าถึงข้อมูลจะถูกปิด ให้บันทึกสิ่งที่เป็นของคุณ เช่น สัญญาของเพื่อนร่วมงาน, portfolio งานที่คุณเป็นเจ้าของ, หรือ email ส่วนตัวที่อาจส่งมาถึง inbox ของบริษัท แต่ต้องอยู่ในขอบเขตที่ไม่ละเมิด NDA หรือนโยบายบริษัท


4. อย่าประกาศทันทีบน Social Media

อารมณ์ในวันแรกมักไม่ใช่เวลาที่ดีในการโพสต์อะไรบน LinkedIn หรือ Facebook ให้เวลาตัวเองสัก 2-3 วัน เพื่อตั้งสติก่อน แล้วค่อยสื่อสารออกไปอย่างมืออาชีพ



รับมือทางจิตใจ เพราะมันสำคัญไม่แพ้กัน


การโดน layoff ไม่ใช่แค่เรื่องการเงิน แต่มันกระทบกับความมั่นใจและความรู้สึกมั่นคงได้มาก นักจิตวิทยาหลายคนเปรียบเทียบความรู้สึกนี้ว่าคล้ายกับการ "สูญเสีย" รูปแบบหนึ่ง สิ่งที่ช่วยได้ในช่วงนี้


ยอมรับความรู้สึก ไม่ต้องฝืนว่า "โอเค" ถ้าไม่โอเค พูดคุยกับคนที่ไว้ใจได้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครอบครัว หรือนักจิตวิทยา ตั้งกิจวัตรประจำวันใหม่ให้ชีวิตยังมีเป้าหมาย เพราะการตื่นนอนโดยไม่มีที่ไปทุกวันทำให้จิตใจย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ จำไว้ว่า layoff ≠ ล้มเหลว มันเป็นเรื่องของธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องของคุณค่าของคุณในฐานะคนทำงาน



แนวทางก้าวต่อไป สำหรับสายอาชีพ


จัดการเรื่องเงินก่อนเลย

อย่างแรกที่ควรทำคือประเมินสถานะการเงินตัวเอง ลองคำนวณว่าเงินชดเชยการเลิกจ้างบวกกับเงินออมที่มี จะอยู่ได้กี่เดือนโดยไม่มีรายได้ใหม่ เพราะนั่นจะเป็นตัวกำหนดว่าคุณมีเวลา "เลือก" งานใหม่ได้มากแค่ไหน หรือต้องรีบหา


นอกจากนี้ควรเช็คสิทธิ์ประกันสังคมหรือสวัสดิการว่างงานที่พึงได้รับด้วย ในไทยถ้าส่งประกันสังคมมาครบ คุณมีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชยการว่างงาน 50% ของเงินเดือน เป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน (กรณีไม่ใช่ลาออกเอง)


อัปเดต Resume และ LinkedIn ทันที

ขณะที่ทุกอย่างยังสด ให้รีบอัปเดต LinkedIn profile ให้ครบและน่าสนใจ รวมถึงผลงานที่มีคุณค่า Resume ที่ปรับให้ตรงกับอาชีพที่อยากสมัคร เตรียม Portfolio ถ้าคุณทำงานสาย Creative, Design, หรือ Tech ที่สำคัญอย่าลืมเปิด "Open to Work" บน LinkedIn เพราะ recruiter จำนวนมากค้นหาคนจากตรงนี้โดยตรง และเปิดเครือข่ายของตนเองให้กว้างขึ้น งานดี ๆ หลายตำแหน่งไม่ได้ประกาศสาธารณะ แต่มาจากการแนะนำหรือการรู้จักกันในวงการ


ใช้เวลานี้เพื่อ Upskill

ถ้ามีเวลาว่างระหว่างหางาน ลองมองมันเป็นโอกาสในการพัฒนาตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น course online, certification ใหม่ หรือ side project ที่อยากทำมานาน เพราะนอกจากจะพัฒนา skill จริง ๆ แล้ว ยังเป็นหัวข้อที่สามารถนำมาพูดได้ตอนสัมภาษณ์ ว่าช่วงที่ว่างงานคุณใช้เวลาทำอะไรให้เป็นประโยชน์ พิจารณาทางเลือกอื่น ๆ นอกจากหางานประจำ บางคนพบว่าช่วง layoff เปิดโอกาสให้ลองสิ่งใหม่ที่ไม่เคยกล้าทำ เช่น Freelance หรือ small project เริ่มธุรกิจเล็ก ๆ ที่เคยคิดไว้ หรือลองเข้าไปสำรวจอุตสาหกรรมใหม่ที่สนใจแต่ไม่เคยมีเวลา



ร่วมงานกับ Hyperwork


การโดน layoff ไม่ได้แปลว่าต้องเดินหน้าคนเดียว Hyperwork Recruitment คือพาร์ตเนอร์ด้านการสรรหาบุคลากรที่เข้าใจทั้งฝั่งคนหางานและฝั่งองค์กร ทีมของเราช่วยตั้งแต่การปรับ Resume ให้โดดเด่น การเตรียมตัวสัมภาษณ์ให้พร้อม ไปจนถึงการจับคู่คุณกับองค์กรที่ใช่จริง ๆ ไม่ใช่แค่ที่ที่เปิดรับอยู่


เพราะเราไม่ได้แค่ส่ง CV ให้บริษัท แต่ช่วยให้คุณนำเสนอตัวเองได้อย่างเป็นระบบและสะท้อนศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้ชัดที่สุด


ถ้าพร้อมจะเริ่มบทใหม่ของชีวิตการทำงานสามารถฝาก Resume ไว้กับทีม Hyperwork ได้เลย แล้วเราจะช่วยพาคุณไปถึงโอกาสที่มองหา




อ้างอิง


ความคิดเห็น


bottom of page