การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในที่ทำงาน | ในองค์กรไทย
- Panus Sakulsak HyperworkTH
- 3 พ.ย.
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 5 พ.ย.

การสื่อสารที่ดีคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของทีมและบรรยากาศที่ราบรื่น แต่ภายใต้บริบทวัฒนธรรมไทยที่ให้ค่าความกลมเกลียวและการรักษาน้ำใจ การสื่อสารมักเต็มไปด้วยความเกรงใจและความอ้อมค้อม ซึ่งแม้เจตนาจะดีแต่กลับนำไปสู่ความเข้าใจผิดและประสิทธิภาพที่ลดลงได้ บทความนี้จะชี้ให้เห็นอุปสรรคการสื่อสารในองค์กรไทยและวิธีรับมือแบบสร้างสรรค์ พร้อมเทคนิคการพูด ฟัง และให้ Feedback ที่เหมาะสม รวมถึงตัวอย่างในสถานการณ์ประจำวันที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง
ปัญหาการสื่อสารในองค์กรไทย
บรรยากาศการทำงานในองค์กรไทยเป็นบรรยากาศที่ทุกคนมีน้ำใจและมีความเกรงใจต่อกัน แต่ปัญหาสี่ข้อต่อไปนี้ก็เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในองค์กรไทยที่อาจเป็นต้นเหตุความขัดแย้งและความผิดพลาดในการสื่อสาร ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันลดลง
การสื่อสารแบบอ้อมค้อมและความเกรงใจ เป็นวัฒนธรรมไทยที่หลีกเลี่ยงการพูดตรงไปตรงมา "ความเกรงใจ" ทำให้คนไทยพูดอ้อมค้อมหรือแสดงออกอ่อนน้อมในบางครั้งอาจจะทำให้เกิดอุปสรรคในการสื่อสารได้ การยิ้มหรือนิ่งเงียบในที่ประชุมไม่ได้หมายถึงเห็นด้วยเสมอ แต่อาจเป็นสัญญาณว่าเราอึดอัดใจหรือไม่กล้าปฏิเสธตรงๆ
ความกลัวการเผชิญหน้าและแสดงความคิดเห็น ทำให้หลายคนเลือกที่จะเงียบ ไม่ถามหรือไม่เสนอความเห็น เพราะกลัวว่าจะถูกมองในแง่ลบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการพัฒนาและนวัตกรรมของทีมอย่างมาก สาเหตุหนึ่งมาจากความคิดที่ว่า เช่น กลัวถูกมองว่า "ถามแค่นี้ไม่รู้หรือ" หรือเชื่อว่าการไม่พูดจะดีกว่า
ลำดับขั้นและการเคารพอาวุโส มีบทบาทสำคัญในโครงสร้างการบริหารแบบไทยที่ให้ค่าลำดับชั้นอาวุโสอย่างมาก คนที่อาวุโสกว่ามักได้รับการยกย่อง และผู้ใต้บังคับบัญชาก็ถูกคาดหวังให้เชื่อฟังและไม่คัดค้าน วัฒนธรรมไทยมองการโต้แย้งผู้บังคับบัญชาในที่สาธารณะว่า "ไม่ให้เกียรติ" หลายคนจึงไม่กล้าตั้งคำถามหรือเสนอความคิดเห็นที่ต่างออกไปจากหน้าหัวหน้า
ความกำกวมและการคาดเดาไปเอง เกิดจากการสื่อสารแบบไทยที่มีลักษณะ "high-context" คือแฝงนัยไว้ในการพูดคุยค่อนข้างมาก ผู้ฟังต้องพยายามทำความเข้าใจความหมายจริง ๆ จากคำพูด น้ำเสียง และภาษากาย ทำให้การสื่อสารที่สื่อออกไปอาจคลุมเครือ ไม่ตรงประเด็น หรือมีช่องว่างให้ตีความต่างกัน ผู้รับสารบางคนเลือกตีความหรือคาดเดาเอง แทนที่จะถามให้แน่ใจ
เทคนิคการสื่อสารที่ดีในที่ทำงาน
ฟังเชิงรุก Active Listening
การฟังอย่างตั้งใจฟังคือพื้นฐานของการสื่อสารที่ดี โดยเฉพาะในบริบทที่ผู้พูดอาจไม่สามารถพูดได้ทุกอย่างออกมาตรงๆ การฟังเชิงรุกไม่ได้ฟังแค่ถ้อยคำ แต่รวมถึงจับสังเกตอารมณ์และความรู้สึกของผู้พูดผ่านน้ำเสียงและภาษากายไปพร้อมกัน
ตั้งใจฟัง มองตา พยักหน้าเป็นระยะ ไม่พูดแทรกหรือขัดจังหวะ
เปิดใจรับฟังโดยปราศจากอคติ ไม่ด่วนตัดสินสิ่งที่อีกฝ่ายพูด
ทวนหรือสรุปสิ่งที่ได้ยินเป็นระยะเพื่อเช็คความเข้าใจ
กล้าถามเพื่อความกระจ่างอย่างสุภาพหากมีจุดใดไม่แน่ใจ
สังเกตภาษากายและน้ำเสียง ไม่ใช่แค่คำพูดเดียว
ตัวอย่างเช่น
"ขอโทษนะคะ ตกลงหมายถึงว่า....ใช่ไหมคะ"
"ฉันเข้าใจแบบนี้...เข้าใจถูกไหมคะ"
พูดสุภาพ ชัดเจน ตรงประเด็น
การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยความชัดเจนโดยไม่เสียความสุภาพ สิ่งสำคัญคือหาสมดุลระหว่าง "สุภาพ" และ "ตรงประเด็น"
ใช้ประโยคสั้น กระชับ ได้ใจความ แทนการอ้อมเกริ่นยาว ๆ จนสับสน
เลี่ยงคำศัพท์หรือข้อความที่กำกวม มีความหมายสองแง่สองง่าม
เรียบเรียงความคิดมาก่อนคร่าวๆ ว่าประเด็นหลักคืออะไร
เลือกใช้คำพูดสุภาพและให้เกียรติผู้ฟังเสมอ
หลีกเลี่ยงประโยคเยิ่นเย้อไม่เข้าประเด็น
ตัวอย่างเช่น
"สรุปคือเราต้อง.....ใช่ไหมคะ"
"ประเด็นสำคัญมีสามข้อ คือ...ใช่ไหมคะ"
"คุณต้องการงานนี้ในวันศุกร์ ถูกต้องไหม"
โฟกัสปัญหา ไม่ใช่บุคคล
การให้ฟีดแบ็กมีจุดประสงค์คือช่วยแก้ปัญหาและพัฒนา ไม่ใช่เอาชนะกัน ต้องเลือกวิธีสื่อสารที่มุ่งเน้นไปที่สิ่งที่ต้องปรับปรุง ไม่ใช่วิจารณ์ตัวบุคคล แทนที่จะพูดว่า "งานคุณมีข้อผิดพลาดเยอะมาก" ลองปรับเป็น "งานส่วนนี้ถ้าเราแก้อีกนิดจะสมบูรณ์ขึ้น ฉันมีข้อเสนอแนะ..."
ใช้ถ้อยคำเชิงบวกและสร้างสรรค์ ซึ่งจะช่วยให้อีกฝ่ายเปิดใจรับฟังมากกว่า ทั้งยังรักษาความรู้สึกที่ดีต่อกันได้
หลีกเลี่ยงการใส่อารมณ์ หรือคำพูดประชดประชัน เพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง
วิจารณ์ พร้อมทางออก
คำแนะนำหรือความคิดเห็นใดๆ ควรมีเหตุผลหรือข้อมูลรองรับ เพื่อให้น้ำหนักแก่สิ่งที่พูด หากไม่เห็นด้วยกับวิธีการทำงานหนึ่ง ควรอธิบายเหตุผลว่าทำไม และเสนอแนวทางอื่นที่สร้างสรรค์เป็นทางเลือก พร้อมย้ำประโยชน์ที่จะได้รับต่อภาพรวมงานหรือองค์กร
การวิจารณ์ควรมาคู่กับทางออกเสมอ สิ่งนี้จะทำให้เจตนาของเรา "เป็นประโยชน์" ชัดเจน ไม่ใช่แค่ติว่าไม่ดีเฉยๆ
ตัวอย่างเช่น
"ฉันเห็นว่าถ้าลองทำแบบนี้อาจจะดีกว่า เพราะ..."
"มุมมองนี้น่าสนใจ ถ้าเพิ่ม...เข้าไปด้วยจะครบขึ้น"
สื่อสารแบบ 2 Ways Communication
เมื่อเป็นฝ่ายให้ความเห็นหรือ Feedback ควรเปิดใจรับฟังคำตอบหรือมุมมองของอีกฝ่ายด้วย การสื่อสารที่ดีแบบสองทาง เราเองก็ต้องรับฟังเมื่อผู้อื่นตอบกลับหรือชี้แจง โดยรักษาท่าทีสุภาพ ให้เกียรติ และไม่แสดงอาการหงุดหงิดหากความเห็นไม่ตรงกัน
การถกเถียงแลกเปลี่ยนควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลและเหตุผล ไม่ใช่ความรู้สึกส่วนตัว
การมีบรรยากาศที่ทุกคนรู้สึกว่า "แสดงความคิดเห็นได้อย่างปลอดภัย" จะช่วยให้องค์กรหลุดพ้นจากกับดัก "ความเกรงใจเกินเหตุ" ที่ขวางทางความก้าวหน้าได้
เคารพหัวหน้าแต่กล้าแสดงออก
สำหรับสังคมการทำงานไทย การสื่อสารระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องอาศัยทั้งศิลปะและความกล้า ควรให้ความเคารพหัวหน้าตามสมควรทั้งในกิริยามารยาทและการใช้ภาษา แต่การเคารพไม่ได้หมายความว่าต้องปิดกั้นตัวเองไม่ออกความคิดเห็นใด ๆ
ให้ความเคารพทั้งกิริยามารยาทและการใช้ภาษา
เลือกวิธีและจังหวะที่เหมาะสม พูดในโทนสุภาพ เน้นเนื้อหางาน
ขอคุยเป็นการส่วนตัวหากต้องแสดงความเห็นต่าง
รอจังหวะที่หัวหน้าพร้อมรับฟัง ไม่พูดทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่พร้อม
ใช้น้ำเสียงนุ่มนวล สีหน้าเป็นมิตร แสดงเจตนาดี
ตัวอย่างเช่น
"ฉันมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ถ้าคุณสะดวกฟัง..."
"ขอเวลาคุยเป็นการส่วนตัวได้ไหม ฉันมีเรื่องอยากปรึกษาค่ะ"
"ฉันมีความเห็นอีกมุมหนึ่งว่า...คุณคิดว่ายังไงคะ"
การสื่อสารที่ดีคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของทีมและบรรยากาศการทำงานที่สบายใจ แต่ในสังคมไทยมักมีปัญหาการพูดอ้อมค้อม กลัวการแสดงความคิดเห็น ความให้ความสำคัญกับลำดับขั้น และความคลุมเครือในการสื่อสาร ปัญหาเหล่านี้มาจากความเกรงใจและการเกรงกลัวหัวหน้ามากจนเกินไป ซึ่งถึงแม้เจตนาดีแต่นำไปสู่ความเข้าใจผิดและประสิทธิภาพที่ลดลงได้
วิธีแก้ไขคือใช้เทคนิคการสื่อสารสามอย่าง คือ ฟังเชิงรุก โดยตั้งใจฟัง สังเกตภาษากาย น้ำเสียง และถามเพื่อความกระจ่าง พูดชัดเจนและสุภาพ โดยใช้ประโยคสั้น ตรงประเด็น และหลีกเลี่ยงความกำกวม และให้ฟีดแบ็กเชิงสร้างสรรค์ โดยโฟกัสปัญหา ไม่ใช่บุคคล พร้อมเสนอทางออก
การสื่อสารต้องเป็นแบบสองทาง ให้เกียรติ รับฟังคำตอบและมุมมองของอีกฝ่าย ซึ่งจะทำให้ทุกคนรู้สึกว่าสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างรู้สึกปลอดภัย ส่วนการสื่อสารกับผู้บังคับบัญชา ต้องเคารพแต่ไม่ต้องกลัว โดยเลือกจังหวะที่เหมาะสม พูดด้วยโทนสุภาพ และขอคุยเป็นการส่วนตัวเมื่อต้องแสดงความเห็นต่าง เพราะหัวหน้าที่ดีพร้อมรับฟังความคิดเห็นของคุณแน่นอน
หากคุณกำลังมองหางานที่เหมาะกับคุณติดต่อเราได้เลย
อ้างอิง
Absolute Internship Team. (n.d.). Cultural etiquette and professionalism: Navigating the workplace for a Thailand internship. Absolute Internship. https://absoluteinternship.com/cultural-etiquette-and-professionalism-navigating-the-workplace-for-a-thailand-internship/ Absolute Internship
Breezy S. Dreams. (2025, May 16). Navigating cultural differences: A guide to cross-cultural conflict resolution in Thailand. Medium. https://medium.com/@breezysdreams/navigating-cultural-differences-a-guide-to-cross-cultural-conflict-resolution-in-thailand-577b3c048937
Iris International. (2023, October 9). What you need to know about work culture in Thailand. Iris International. https://iris-international.co/what-you-need-to-know-about-work-culture-in-thailand/ Iris International | Connecting Worlds
JobsDB Thailand. (2023, July 7). ไม่เห็นด้วยกับเจ้านาย: 5 วิธีแสดงความเห็นต่างกับเจ้านายอย่างฉลาด. JobsDB. https://th.jobsdb.com/th-th/articles/dont-agree-with-boss/ Jobsdb
ธีรพงศ์ ประดิษฐ์กุล. (2024, October 19). เทคนิคการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในองค์กร. สมาคมการพิมพ์ไทย. https://www.thaiprint.org/2024/10/vol148/knowledge148-03/ thaiprint.org
HREX.asia. (2022, February 11). CFR: Conversation, feedback, recognition—คู่มือทำ Feedback ที่ดีกว่าเดิม. HR NOTE.asia (TH). https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/220211-cfr-conversation-feedback-recognition/ th.hrnote.asia
Happily.ai. (2025, May 29). Active listening คือ ทักษะฟังที่เปลี่ยนชีวิตการทำงาน. Smiles at Work | Happily.ai Blog. https://www.happily.ai/blog/active-listening-thai/ happily.ai
Niran Banleurat. (2020, December 22). ทำไมเราถึงปากหนัก ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นในที่ทำงาน? Medium. https://niranbanleurat.medium.com/ทำไมเราถึงปากหนัก-ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นในที่ทำงาน-160e7e2f8fef




ความคิดเห็น