top of page

GenZ ต้องการอะไรจากบริษัทยุคนี้ | ทำไมต้องสนใจ GenZ

  • รูปภาพนักเขียน: Panus Sakulsak HyperworkTH
    Panus Sakulsak HyperworkTH
  • 11 พ.ย.
  • ยาว 3 นาที

ภาพปกบทความหัวข้อ GEN Z ต้องการอะไรจากบริษัทในยุคนี้ แสดงภาพคนทำงานรุ่นใหม่และอาคารสำนักงาน สื่อถึงความคาดหวังของคนรุ่นใหม่ต่อองค์กรยุคใหม่ โดย Hyperwork
Gen Z ต้องการอะไรจากบริษัทยุคนี้

ถ้าจะพูดถึงตลาดแรงงานในอีก 5-10 ปีข้างหน้า GenZ กำลังจะกลายเป็นกำลังสำคัญหลักในตลาดแรงงานโลก และที่สำคัญ พวกเขายังเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงที่สุดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ทั้งในฐานะผู้บริโภคและผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจทางธุรกิจ

องค์กรหลายแห่งจึงต้องเตรียมพร้อมที่จะส่งต่ออำนาจและเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาขับเคลื่อนองค์กร ไม่ใช่แค่เพื่อความอยู่รอด แต่เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตขององค์กร การเข้าใจ Gen Z จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการปรับตัว แต่เป็นโอกาสในการสร้างองค์กรที่แข็งแกร่งและทันสมัยยิ่งขึ้น

แต่ที่น่าสนใจคือ จากข้อมูลหลายแหล่งพบว่า Gen Z ไม่ได้ชอบทำงานกับ Gen Z ด้วยกันเองเสมอไป หลายคนกลับระบุว่าพวกเขาชอบทำงานกับพี่ Gen Y มากกว่า เพราะ Gen Y มีความยืดหยุ่น เข้าใจทั้งโลกเก่าและโลกใหม่ สามารถเป็นพี่เลี้ยงที่ดีได้ และที่สำคัญคือมีแนวคิดเรื่อง Work-Life Balance ที่ Gen Z เห็นด้วย ทำให้การทำงานร่วมกันเกิดความลงตัวมากกว่า

ดังนั้น การทำความเข้าใจว่า Gen Z ต้องการอะไรจากผู้จ้างงานจริงๆ จึงเป็นเรื่องที่ทุกองค์กรควรให้ความสนใจ ไม่ใช่เพื่อตามใจ แต่เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ดึงดูดพนักงานรุ่นใหม่ที่มีความสามารถสูง และเพื่อให้ทุก Generation สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุข


ในบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับสิ่งที่ Gen Z คาดหวังจากองค์กรกันจริงๆ ว่าพวกเขาต้องการอะไรบ้าง มองหาอะไรในที่ทำงาน และองค์กรจะปรับตัวอย่างไรให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่พร้อมกับรักษาวัฒนธรรมองค์กรที่ดีไว้ได้



1. ความยืดหยุ่นในการทำงาน ไม่ได้แปลว่า WFH ทุกวัน


หลายคนอาจคิดว่า Gen Z ต้องการทำงานจากที่บ้านตลอดเวลา แต่ความจริงกลับตรงข้าม จากการสำรวจของ Gallup ในปี 2025 พบว่ามีเพียง 23% ของ Gen Z เท่านั้นที่ต้องการทำงาน Remote แบบเต็มเวลา ซึ่งน้อยกว่า Generation อื่นๆ มาก ในทางกลับกัน 71% ของพวกเขาชอบแบบ Hybrid มากกว่า คือผสมระหว่างทำงานที่ออฟฟิศและที่บ้าน

ทำไมถึงเป็นแบบนี้? เพราะ Gen Z หลายคนยังไม่มีประสบการณ์ชีวิตออฟฟิศมากพอ พวกเขาจบมาในช่วง COVID-19 ทำให้พลาดโอกาสในการเรียนรู้การทำงานแบบตัวต่อตัว การสังเกตพฤติกรรมของรุ่นพี่ และการสร้างสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ดังนั้น พวกเขาจึงต้องการความยืดหยุ่น แต่ก็ยังต้องการการเข้าออฟฟิศด้วย

ที่น่าสนใจคือ Gen Z รู้สึกว่าตัวเองทำงานได้มีประสิทธิภาพพอๆ กันทั้งที่บ้านและที่ออฟฟิศ 37% บอกว่าทำงานดีที่สุดที่บ้าน ในขณะที่ 32% บอกว่าทำงานดีที่สุดที่ออฟฟิศ และ 31% บอกว่าสถานที่ไม่สำคัญ แสดงให้เห็นว่าพวกเขามี Adaptability สูง และพร้อมที่จะทำงานได้ทุกที่


สิ่งที่องค์กรควรทำคือ เสนอ Flexible Working Policy ที่ชัดเจน ให้พนักงานเลือกวันที่อยากเข้าออฟฟิศได้บ้าง และสร้างพื้นที่ทำงานร่วมกันที่น่าสนใจเมื่อเขามาออฟฟิศ ไม่ใช่แค่โต๊ะทำงานธรรมดา แต่เป็น Space ที่เอื้อต่อการ Collaborate และเรียนรู้



2. ความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะกับ Gen Y


นี่คือจุดที่น่าสนใจมาก จากงานวิจัยของ Millennial Branding และ Randstad พบว่า Gen Z ชอบทำงานกับ Gen Y มากกว่าจะทำงานกับ Gen Z ด้วยกันเอง เหตุผลก็คือ Gen Y มีความสมดุลระหว่างการเข้าใจเทคโนโลยีใหม่ๆ และมีประสบการณ์การทำงานที่ Gen Z สามารถเรียนรู้ได้

Gen Y เติบโตมาในยุคที่มีทั้งโลกเก่าและโลกใหม่ พวกเขาเข้าใจทั้งการทำงานแบบดั้งเดิมและการทำงานยุคดิจิทัล สามารถเป็นพี่เลี้ยงที่ดีได้ และที่สำคัญคือมีแนวคิดเรื่อง Work-Life Balance ที่ Gen Z เห็นด้วย จึงทำให้การทำงานร่วมกันลงตัว

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ แม้ Gen Z จะเติบโตมากับเทคโนโลยี แต่ 51% ของพวกเขาชอบการสื่อสารแบบเจอหน้ากันกับหัวหน้ามากกว่า Email หรือ Instant Messaging นี่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาให้คุณค่ากับ Human Connection มากกว่าที่หลายคนคิด

สิ่งที่องค์กรควรทำ สร้างระบบ Mentorship ที่จับคู่ Gen Z กับ Gen Y ให้มีโอกาสเรียนรู้จากกัน จัด Team Building หรือกิจกรรมที่สร้างสัมพันธ์ระหว่าง Generation และส่งเสริมให้มีการสื่อสารแบบตัวต่อตัวมากขึ้น ไม่ใช่แค่พึ่ง Email หรือ Chat เพียงอย่างเดียว



3. ความโปร่งใสและค่านิยมขององค์กร


Gen Z เติบโตมาในยุคที่ข้อมูลโปร่งใสและเข้าถึงได้ง่าย พวกเขาจึงคาดหวังให้องค์กรมีความโปร่งใสเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินเดือน โอกาสก้าวหน้า หรือการตัดสินใจของผู้บริหาร ที่สำคัญคือ พวกเขาต้องการทำงานกับองค์กรที่มีค่านิยมที่สอดคล้องกับตัวเอง โดยเฉพาะเรื่อง Diversity & Inclusion ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน จากข้อมูลพบว่า 89% ของ Gen Z คิดว่าการมี Purpose ในงานเป็นสิ่งสำคัญต่อแรงจูงใจและความพึงพอใจในการทำงาน

Gen Z ไม่ได้ต้องการแค่ทำงานเพื่อเงิน แต่ต้องการรู้สึกว่างานที่ทำมีความหมายและส่งผลดีต่อสังคม นี่ไม่ใช่เรื่องที่แปลกหรือเรื่องมาก แต่เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ต้องการเชื่อมต่องานกับชีวิตให้มีความหมายมากขึ้นไม่ได้แค่ทำเพื่อเงิน

สิ่งที่องค์กรควรทำ สื่อสารค่านิยมและวิสัยทัศน์ขององค์กรอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าองค์กรทำอะไรเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมบ้าง มี Policy เรื่อง DEI (Diversity, Equity & Inclusion) ที่ชัดเจน และเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในกิจกรรม CSR หรือ Sustainability Projects



4. Feedback และการยอมรับ

Gen Z เติบโตมาในยุคของ Social Media ที่ได้รับ Feedback แบบ Real-time ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น Likes, Comments หรือ Shares พวกเขาจึงคาดหวัง Feedback ในที่ทำงานแบบเดียวกัน ไม่ใช่รอถึง Performance Review ปีละครั้ง

จากข้อมูลพบว่า 86% ของ Gen Z ต้องการ Mentorship และคำแนะนำจากหัวหน้า และ 88% ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้จากการลงมือทำจริง (On the job Learning) พวกเขาต้องการรู้ว่างานที่ทำส่งผลอย่างไร มีอะไรที่ต้องปรับปรุง และทำอย่างไรให้ดีขึ้น ไม่ได้หมายความว่า Gen Z ต้องการคำชมตลอดเวลา แต่พวกเขาต้องการการสื่อสารที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ เพื่อให้รู้ว่าตัวเองกำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่

สิ่งที่องค์กรควรทำ เปลี่ยนจากการ Review ปีละครั้งเป็นการให้ Feedback แบบต่อเนื่อง อาจจะเป็นรายเดือนหรือทุกๆ Project ที่เสร็จ สร้างวัฒนธรรมการให้ Feedback ที่สร้างสรรค์ และฝึกให้ Manager รู้จักการให้ Feedback ที่มีประสิทธิภาพ



5. สุขภาพจิตและสภาพแวดล้อมที่สนับสนุน

Gen Z เป็น Generation แรกที่พูดถึงเรื่องสุขภาพจิตอย่างเปิดเผยและไม่มองว่าเป็นเรื่องน่าอาย จากข้อมูลของ Gallup พบว่า 68% ของ Gen Z มีความเคลียดจากงานอยู่เสมอ ซึ่งสูงกว่า Generation อื่นๆ อย่างมาก

พวกเขาต้องการที่ทำงานที่มีมาตรการสนับสนุนสุขภาพจิต ไม่ว่าจะเป็น Mental Health Days, บริการให้คำปรึกษา หรือสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่กดดันเกินไป Gen Z เชื่อว่าการดูแลสุขภาพจิตเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการทำงาน ไม่ใช่เรื่องที่แยกออกจากกัน ไม่ได้หมายความว่า Gen Z ทนแรงกดดันไม่ได้ แต่พวกเขาต้องการให้องค์กรเข้าใจและสนับสนุนเมื่อมีปัญหา ไม่ใช่ปล่อยให้เผชิญปัญหาคนเดียวจนถึงจุด Burnout

สิ่งที่องค์ควรทำ จัดสวัสดิการที่เกี่ยวกับสุขภาพจิต เช่น EAP (Employee Assistance Program), Mental Health Days หรือกิจกรรม Wellness Program ต่างๆ สร้างวัฒนธรรมที่พนักงานรู้สึกสบายใจที่จะพูดคุยเรื่องสุขภาพจิตโดยไม่ถูกตัดสิน และฝึก Manager ให้รู้จักสังเกตสัญญาณของ Burnout ในทีม



6. โอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง


Gen Z เห็นคุณค่าของการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องมาก จากข้อมูลพบว่า 73% ของผู้จ้างงานกำลังเสนอโอกาสในการพัฒนาอาชีพ (Career Development Opportunities) เพื่อดึงดูด Gen Z และนี่ตรงกับสิ่งที่พวกเขาต้องการจริงๆ

Gen Z ไม่อยากอยู่กับที่ พวกเขาต้องการเติบโต เรียนรู้ทักษะใหม่ และก้าวหน้าในอาชีพอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลพบว่า Gen Z มีแนวโน้มที่จะอยากก้าวขึ้นไปเป็น CEO มากกว่า Gen X หรือ Millennial ถึงสองเท่า นอกจากนี้ 93% ของ Gen Z ใช้เครื่องมือ AI อย่างน้อย 2 ตัวต่อสัปดาห์ แสดงให้เห็นว่าพวกเขาพร้อมที่จะเรียนรู้และใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา

สิ่งที่องค์ควรทำ จัด Training Program ที่หลากหลาย ทั้งแบบ Online และ Offline สร้าง Career Path ที่ชัดเจนให้เห็นว่าจะเติบโตไปไหนได้บ้าง เปิดโอกาสให้ได้ลอง Project ใหม่ๆ หรือ Cross-functional Work และลงทุนกับ Upskilling/Reskilling Program โดยเฉพาะเรื่อง Digital Skills และ AI



Gen Z ต้องการอะไรจากการทำงานในบริษัทยุคนี้กันแน่?

Gen Z ไม่ได้ต้องการอะไรที่แปลกประหลาด สิ่งที่พวกเขาต้องการส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่พนักงานทุก Generation อยากได้เหมือนกัน แค่ Gen Z กล้าพูดออกมาและคาดหวังให้มันเกิดขึ้นจริงมากกว่า การทำความเข้าใจและตอบโจทย์ความต้องการของ Gen Z เป็นการลงทุนสำหรับองค์กร เพราะสิ่งที่พวกเขาต้องการ ไม่ว่าจะเป็นความยืดหยุ่นในการทำงาน การดูแลสุขภาพจิต โอกาสในการเรียนรู้ หรือความโปร่งใส ล้วนเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างองค์กรที่แข็งแกร่ง มีประสิทธิภาพ และดึงดูดพนักงานที่มีความสามารถสูงได้


ข้อมูลที่ว่า Gen Z ชอบทำงานกับ Gen Y ยิ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าการทำงานข้าม Generation สามารถเกิดขึ้นได้อย่างราบรื่น เมื่อทุกฝ่ายเปิดใจเรียนรู้และเติมเต็มซึ่งกันและกัน Gen Y มีประสบการณ์และความเข้าใจทั้งโลกเก่าและโลกใหม่ ในขณะที่ Gen Z มีมุมมองสดใหม่และทักษะดิจิทัลที่แข็งแกร่ง การผสมผสานนี้จึงสร้างพลังให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าได้


ในที่สุด Gen Z คือแรงงานหลักและกำลังซื้อที่สำคัญในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การเตรียมพร้อมรับพวกเขาไม่ใช่แค่เรื่องของการดึงดูดพนักงาน แต่เป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีขึ้น เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และสร้างอนาคทที่ยั่งยืนให้กับองค์กร เพราะองค์กรที่เข้าใจและตอบโจทย์ Gen Z วันนี้ คือองค์กรที่พร้อมเติบโตไปกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอนาคต


สนใจหาพนักงานที่กับองค์ของคุณทั้ง IT และ Non-IT ติดต่อเรา




อ้างอิง


Gallup. (n.d.). The Gen Z Effect and the Workforce Evolution: 2025 Statistics. https://cake.com/empowered-team/gen-z-workforce-statistics/


Millennial Branding & Randstad. (n.d.). Gen Y and Gen Z Global Workplace Expectations. https://workplaceintelligence.com/geny-genz-global-workplace-expectations-study/


Co-operatives UK via Don.ac.uk. (n.d.). What Employers Need to Know: Gen Z in the Workplace. https://don.ac.uk/2025/10/what-employers-need-to-know-gen-z-in-the-workplace/



Corporate Navigators. (n.d.). 7 Gen Z Workplace Expectations. https://www.corporatenavigators.com/articles/recruiting-trends/genz-workplace/


Qureos. (n.d.). 20+ Gen Z Statistics For Employers in 2025. https://www.qureos.com/hiring-guide/gen-z-statistics


Bangkokbiznews. (2023, June 14). Gen Z ไม่ชอบทำงานกับ Gen Z ด้วยกัน ไม่เอาบูมเมอร์ แต่อยากทำงานกับพี่ Gen Y มากที่สุด [Facebook post]. Facebook. https://www.facebook.com/bangkokbiznews/posts/1272918084873775


ความคิดเห็น


bottom of page